7(+1) เกม Steam ที่ซื้อมาแตะ ๆ ปี 2021

ปี 2021 จัดว่าเป็นปีที่แนวเกมที่ผมอยากเล่นเริ่มเปลี่ยนแปลงไป อาจจะเพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ใน Teyvat (โลกในเกนชินอิมแพค) เกือบทุกวัน แนวเกมที่ซื้อมาปีนี้เลยดูเหมือนจะหลบ ๆ เกมที่เป็นสไตล์แบบนั้นไป


ไม่ต้องอะไรมากแล้ว ก็ตามเคย เกมเรียงตามลำดับที่ซื้อไม่ใช่ลำดับคะแนนใด ๆ เกมไหนถูกขอคืนเงินไปทีนึงก็จะถูกเลื่อนลำดับไปเป็นการซื้อรอบหลังสุดแทน เกมไหนซื้อแล้วขอคืนเงินและยังไม่ได้ซื้อกลับมาอีกรอบจะไม่ถูกนับในปีนี้



= 1. Mega Man X Legacy Collection 2 =

แพ็ครวมเกม Rockman X สี่ภาคหลัง (X5 - X8) ลังเลอยู่นานว่าจะซื้อดีมั้ย เพราะตอนแรกในชุดนี้มีภาคที่อยากเล่นจริง ๆ อยู่ภาคเดียว (คือ X8)  แต่อาจเป็นเพราะเล่น Rockman X Dive มา และมันมีอีเวนท์ที่มีบอสและฉากของภาค X5 X6 มา ก็อะ ชักอยากไปเล่นตัวต้นฉบับดูซะแล้ว ก็ซื้อมาซะ

แต่จนถึงตอนที่เขียนอยู่นี่ก็เพิ่งเล่นจบไปภาคเดียวคือ X5 ด้วยความช่วยเหลือของ Rookie Hunter Mode (โหมดทำให้เกมง่ายขึ้นแหละพูดง่าย ๆ) แล้วก็ไปต่อ X6 ทันที แต่แล้วก็แบบ... มันอะไรฟระ งงระบบมันมากมาย ทำใมช่องบอสบางตัวหน้าแดงฟระ ทำไมไปสุดฉากไม่เจอบอสแต่เจอซีโร่ตัวม่วง ๆ ฟระ ทำไมจู่ ๆ ซีโร่กลับมาดื้อ ๆ เลยฟระ แล้วทำไมไอ้ตัวลอย ๆ นี่ยิงไม่เข้าฟระ ... ก็ข้ามไปเล่น X7 โอ้โฮ คราวนี้หนักเลย การควบคุมดูติดขัดอืดอาดมาก แล้วอย่างในภาพประกอบข้างบนนี่งงตั้งนานว่ามันต้องทำอะไร ก็เหลือ X8 ที่ไม่มีปัญหา แต่เคยเล่นจนเบื่อแล้วไง แล้วนี่จะซื้อมาทำไมเนี่ย? 😅

สรุป ก็เหมาะกับคนที่เคยเล่น X5 X6 X7 X8 มาแล้วอย่างโชกโชนในอดีตและยังอยากเล่นอีกนั่นแหละ คือมันต้องเป็นคนที่ได้เล่นสมัยนู้นจริง ๆ มั้งถึงจะพอรับมันได้ (โดยเฉพาะ X7) ส่วนคนที่เติบโตมากับเกมสมัยใหม่ หรือเคยเล่นแค่ X1 - X4 มาก่อน  ก็ต้องกัดฟันเล่นดูล่ะนะ (ซึ่งถ้าผมกัดฟันเล่นต่อได้ ก็จะเขียนรีวิวฉบับเต็มให้ได้อ่านหลังเขากัน😀)


- - -



= 2.Saints Row: The Third =

ตอนนั้นน่าจะเป็นความอยากเล่นเกมที่มีการใช้ปืนเป็นอาวุธ และมีระบบแต่งตัว ก็เลยหันมาสนใจ Saints Row เข้า โดยตอนแรกก็ลังเลว่าจะเอาภาค 3 ที่สมจริงกว่า หรือภาค 4 ที่มีพลังหลุดโลก สุดท้ายก็เลือกภาค 4 มาครับ แต่นี่มันพื้นที่ของภาค 3 นี่? คือ เรื่องมันเป็นงี้... หลังจากเล่นช่วงต้นของภาค 4 จนได้ยืมรถคันแรกมา เฮ้ย ผมชอบเว้ย ได้หารถจากข้างทางแล้วขับไปไหนมาไหน มันฟินมาก (เป็นคนไม่เคยเล่น GTA) จนกระทั่ง ผมได้พลังพิเศษมา.... ผมรีบปิดเกมแล้วขอคืนเงินเพื่อเอาไปซื้อภาค 3 นี่ทันที!

Saints Row:The Third (SR3) เป็นภาคที่คนยกย่องว่าดีที่สุด จนถึงกับมีการออก Remaster อยู่ภาคเดียว (Epic เอามาแจกฟรีอยู่ช่วงนึงด้วย) ถ้าเทียบกับภาค 4 แล้ว SR3 ทำให้เรารู้สึกเข้าถึงตัวเมืองในเกมมากกว่า (ภาค 4 เหรอ เมืองเหมือนเป็นแค่ทางผ่าน😆) จะไปไหนก็ต้องหาพาหนะมาขับไป ชอบคันไหนก็ต้องขับมาเข้าอู่ที่ฐานเราให้ได้ จากนั้นจะสามารถทำสีและแต่งเพิ่มได้ด้วย ซึ่งอะไรพวกนี้ภาค 4 ก็มีแถมยังสะดวกกว่า แต่ภาค 4 มันแบบวิ่งเองเร็วกว่าตั้งเยอะ จะหารถไปทำไม การสู้ในภาค 3 ก็ต้องลุยด้วยอาวุธล้วน ๆ ไม่มีหรอกพลังแช่แข็ง ยกรถมาทุ่มใส่ ทำให้เป็นเกมที่ให้ความรู้สึกแบบต้องสู้ด้วยแรงกายของตัวเองมากกว่าภาค 4

สรุป ก็เป็นเกมที่ดีเกมนึงแหละ ใครไม่เคยเล่นก็ซื้อได้ถูก ๆ ช่วงเทศกาลลดเหลือ 100 กว่าบาท บางทีก็ไม่ถึง 100 (แบบ DLC ครบด้วยนะ) แต่! เกมมีบั๊กเยอะอยู่ ไม่ใช่บั๊กแบบตัวละครทำอะไรฮา ๆ นะ มันบั๊กพวกจอดำ เฟรมเรตตก เกมกระตุก สุ่มค้าง ฯลฯ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกเครื่องต้องเจอ จะเจอมากเจอน้อยแค่นั้น (เจอน้อยนี่คืออย่างน้อย 2 อย่างแล้ว) แต่มันก็พอแก้ได้ เช่น ต้องไปแก้ที่ไฟล์ Host ของวินโดวส์ หรือ Set Affinity ให้ใช้ CPU แค่ 2 คอร์ เป็นต้น


- - -



= 3. Saints Row IV =

เอาเข้าจริง ๆ พอเล่น SR3 ไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่า "ทำไมเรามันช่างไร้พลังอะไรแบบนี้" และนั่นทำให้ผมไปซื้อภาค 4 กลับมาอีกรอบ..  SR4 เป็นเกมที่ตัวเอกจะอยู่ในโลกเสมือนจริง หรือพูดง่าย ๆ คือเป็นแบบ The Matrix นั่นแหละ และด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนแฮกเกอร์ ทำให้สามารถปลดล็อคพลังเหนือมนุษย์ในโลกนี้ได้ ทั้งวิ่งเร็วกว่ารถ กระโดดสูง ไต่ตึก ร่อนกลางอากาศ ฯลฯ  ซึ่งตอนสัมผัสแรก ๆ ต้องยอมรับว่าพลังมันมากเกินไปจนรู้สึกควบคุมยาก ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะชินกับมัน และต้องทำให้ได้ด้วย เพราะพลังพิเศษไม่ได้หมายถึงโกง แต่เกมได้เตรียมสิ่งที่สมน้ำสมเนื้อกับพลังไว้ให้รับมือแล้ว

จุดหนึ่งที่ภาค 4 ดีกว่าภาค 3 คือ มีอาวุธและเครื่องแต่งกายให้เลือกหลากหลายกว่า แลัวเรายังแต่งอาวุธได้มากขึ้นด้วย (เปลี่ยนสกินได้นั่นแหละ) ส่วนยานพาหนะ ถ้าอยากเก็บไว้ก็แค่กดลงที่ D-Pad หรือกดคีย์ N ขณะขับ ก็จะเป็นการสแกนยานพาหนะมาเก็บไว้เลย  และที่ผมชอบมาก ๆ คือท่าพิเศษระยะประชิดที่ใช้ได้โดยแดชเข้าหาเป้าหมายแล้วกดโจมตี มันจะสุ่มออกมาเป็นท่าเจ๋ง ๆ มากมาย ยิ่งใช้ต่อเนื่องเก็บหลาย ๆ ตัวนี่สุด ๆ ตอนหลังพบว่าภาค 3 ก็มี แต่ไม่ดูเทพขนาดนี้  แม้จุดเด่นของภาคนี้คือพลังพิเศษ แต่ก็มีบางช่วงที่เราต้องกลับไปเล่นในสภาพไร้พลังเหมือนกัน 

สรุปคือ มันก็มีดีของมันทั้ง 2 ภาคล่ะนะ ภาค 3 ออกแนว ๆ แก๊งขยายอิทธิพลยึดครองเมือง แต่ภาค 4 มันไปนู้นเลย แนวกู้โลก   และแน่นอน บั๊กจากภาค 3 ก็ยังตามมาในภาค 4 (และแก้วิธีเดียวกันเป๊ะ ๆ) แต่บางบั๊กอาการดีขึ้นหน่อย เช่นบั๊กสุ่มค้างในภาค 3 ถ้าค้างตอนเล่นเต็มจอแล้วจะกดสลับหน้าต่างไม่ได้เลย ต้อง Ctrl + Alt + Del เท่านั้น (หรือเล่นเป็นหน้าต่าง ให้คลิกนอกจอได้เอา) แต่ภาค 4 บั๊กนี้เราสลับหน้าต่างได้แล้ว😆


- - -



= 4. Oxygen Not Included =

เกมจากผู้สร้าง Don't Starve ที่เปลี่ยนจากเอาตัวรอดในโลกกว้าง มาเป็นเอาตัวรอดในพื้นที่จำกัด และเปลี่ยนจากการบังคับตัวละครตัวเดียวโดยตรง มาเป็นการออกคำสั่งให้ตัวละครหลายตัวทำนู้นทำนี่แทน ผมตัดสินใจซื้อเกมนี้เพราะอยากหาเกมที่แนวคล้าย ๆ Two Point Hospital มาเล่น (ส่วน Two Point Hospital นั้น ขอคืนเงินไปก่อนหน้านั้นแล้ว😆) ถึงเขาบอกว่าเกมมันยาก แต่ผมว่าศึกษาดี ๆ น่าจะไหวน่า พอเอาจริง ๆ ก็... ไม่รอด

เกมมันน่าสนที่ตัวละคร (สุ่มมา) มีลักษณะติดตัวแตกต่างกัน และทุกตัวมีทั้งส่วนที่เป็นข้อดีและข้อเสีย ก็ต้องเลือกให้ไปทำงานที่เหมาะสม ตัวเกมมีการบอกว่าเราต้องทำอะไร แต่ไม่บอกว่าทำยังไง ก็ต้องงมเอาว่าอะไรมันต้องต่ออะไรยังไง ถ้าเดาถูกมันก็เวิร์ค ไม่ถูกก็นั่งงงว่าตกลงมันทำยังไงฟระ สุดท้ายก็อาจต้องไปนั่งดูคลิป Guide เอา (ซึ่งดูแล้วก็รู้สึกว่า... ใครมันจะไปรู้ฟระ)

สรุป เป็นเกมสำหรับคนที่มีความอดทนและไม่เกี่ยงที่จะค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ก็มีเวลาให้ลองผิดลองถูกเหลือเฟือ เกมนี้มีคนทำ Mod แปลไทยให้ติดตั้งได้จาก WorkShop เลย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกมมันง่ายขึ้นเท่าไหร่หรอก😅


- - -



= 5. Hand of Fate 2 =

ปีที่แล้วซื้อเกมแนว Tabletop RPG ไปเกมนึงคือ For The King มาปีนี้ก็ขอแนวนี้อีกเกมคือ Hand of Fate 2 นี่แหละ โดยเกมนี้จะมีตัวละครเป็นเกมมาสเตอร์มาดำเนินเกมเป็นตัวเป็นตนกันเลยทีเดียว ลักษณะการเล่นก็คือเราจะต้องเดินไปตามแผนที่ที่สร้างจากการ์ด เหยียบการ์ดไหนก็เปิดการ์ดดูอีเวนต์แล้วตัดสินใจ ซึ่งบางทีก็ต้องโยนเต๋าให้ได้แต้มถึง บางทีต้องเลือกการ์ดให้ถูกใบ และบางทีก็ต้องต่อสู้

ฉากต่อสู้ของเกมนี้จะเป็นเกม Action แบบเน้นการกดปุ่มโจมตี ตั้งการ์ด และสวนกลับให้ถูกจังหวะ คล้าย ๆ กับเกมตระกูล Batman Arkham ซึ่งเรามักจะต้องเจอรุมอยู่เป็นประจำ ทำให้ต้องหูตาไวตลอดเวลาว่าตัวไหนกำลังจะโจมตีเรา แรก ๆ นี่รู้สึกว่าสบาย แต่พอศัตรูเริ่มมีรูปแบบการโจมตีใหม่ ๆ ก็เรื่มยากเหมือนกัน  ในการเริ่มเกมแต่ละครั้ง เราจะได้จัด Deck เลือกผู้ติดตาม อุปกรณ์สวมใส่ และอีเวนต์ที่ต้องเจอเอง อาจคิดว่า งั้นก็ใส่อาวุธดี ๆ อีเวนต์ง่าย ๆ ไปสิ แต่การจะปลดล็อคอะไรใหม่ ๆ ก็ต้องเคลียร์อีเวนต์ในการ์ดใหม่ ๆ เพื่อเอา Token มาให้ได้ ส่วนอุปกรณ์สวมใส่ดี ๆ ก็อาจต้องมีค่าบางอย่างเพียงพอถึงจะใส่ได้ 

สรุป ภาค 2 มีการเพิ่มระบบอะไรหลาย ๆ อย่างจนรู้สึกว่าเกมมันชักจะซับซ้อนไปนะ ทำให้รู้สึกอยากซื้อภาคแรกมาเล่นดู แต่ก็กลัวดองอีก เอาจริง ๆ ที่ดองไม่ใช่เพราะความซับซ้อน แต่สู้ไม่ไหวตะหาก ศัตรูมันแบบเล่นรุมกันตลอดงี้ หมาหมู่นี่หว่า😂


- - -



= 6. Fallout 3 / Fallout: New Vegas =

เรื่องมันเริ่มจากเพื่อนคนนึงเขาจะมักจะหาเกม FPS เล่นอยู่เสมอ ผมซึ่งอยากให้เขาหาพวกเกม RPG ที่เล่นแล้วมีเรื่องมาให้เล่าเป็นสิบ ๆ หน้าบ้าง ก็เลยแนะนำ Fallout: New Vegas ไป ผลก็คือ เขาเอาสิ่งที่เจอในเกมมาเล่าเป็นสิบ ๆ หน้าจริง ๆ ด้วยวุ้ย  แล้วพอฟัง ๆ ไป (จริง ๆ อ่าน) ก็ชักน่าสนุก แรก ๆ ก็งัด Fallout 4 ที่ดองไว้มาเล่น แต่ไป ๆ มา ๆ อยากเล่นอะไรที่มันคลาสสิกกว่านั้น ก็เลยจัด Fallout 3 มาก่อน

ที่เลือก Fallout 3 ก่อน เพราะชอบโลกของภาคนี้มากกว่า มันดูมีอะไรซับซ้อน มีอะไรให้สำรวจเยอะดี แค่เมืองแรกก็ดูซับซ้อน มีทางขึ้นทางลง โอ้ย มันต้องสนุกแน่ ๆ แต่พอเล่นจริง ๆ แล้วรู้สึกว่า ซับซ้อนไปมั้ง ผมหลงทางอยู่ในเมืองนั่นหลายรอบมาก😆  เอาจริง ๆ ก่อนจะไปเมืองนั้นผมก็ขอคืนเงินภาค 3 ไปรอบนึงแล้ว เพราะออกจากเกมมาผมมองพื้นที่สีขาวในจอเป็นสีชมพูหมด เนื่องจากเกมมันโทนเขียวเกินไป ก็เลยไปซื้อ New Vagas แทน แต่ก็ท้อแท้ที่ทำชาวบ้านตายยกเมือง เลยคืนเงินแล้วกลับไปซื้อภาค 3 มา แล้วผมถึงจะไปเจอเมืองนั่น เลยคิดถึงพื้นที่โล่ง ๆ ของ New Vegas ก็เลยซื้อ New Vegas กลับมาอีก แต่ก็ยังไม่ได้เล่นต่อนะ

จริง ๆ เมื่อก่อน Fallout 3 จะไม่สามารถเล่นบนวินโดวส์รุ่นใหม่ ๆ ได้ เนื่องจากติดระบบ DRM Game For Windows Live ที่ไม่รองรับวินโดวส์รุ่นหลัง ๆ ต้องลง Mod สำหรับถอด GFWL เอาเอง แต่ปีนี้ตอนที่กำลังตัดสินใจซื้อ จู่ ๆ เขาก็ออกอัพเดตมาถอด GFWL ออกไปอย่างเป็นทางการทำให้เล่นได้ทันทีซะงั้น จังหวะมันพอดีจริง ๆ 

สรุป มันก็น่าเล่นทั้งคู่แหละนะ อยู่ที่ว่าคุณชอบโลกที่มีความหลากหลายให้สำรวจ หรือโลกที่ดูโล่ง ๆ แต่มีความอิสระในการเลือกมากกว่า แต่สิ่งที่คุณต้องรับมือคือ บั๊กตามประสาเกมค่ายนี้ อ้อ New Vegas มีคนทำ Mod แปลไทยไว้ด้วยนะ (หาได้ในยูทูบ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมบนยูทูบหาง่ายกว่า) โดย Mod นี้มีข้อแม้ว่าต้องมี DLC Courier's Stash ด้วย


- - -



= 7. JUMP FORCE =

สาเหตุที่ซื้อเกมนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย คือเกมจะถูกถอดออกจาก Steam ในวันที่ 8 ก.พ. 2022 และจะปิดระบบออนไลน์ทั้งหมดในวันที่ 25 ส.ค. 2022 และหลังจากประกาศข่าวนี้ พอถึงมหกรรมลดราคา เกมก็ลดจาก 1590 บาทเหลือ 159 บาททันที! (90%) ซึ่ง Steam Winter Sale 2021 อาจจะเป็นเทศกาลลดราคาครั้งสุดท้ายของเกมนี้ โดยถ้าเกมถูกถอดและระบบออนไลน์ปิดแล้ว เราจะยังโหลดเกมมาติดตั้งใหม่ได้ตลอด (ถ้าซื้อแล้วนะ) และยังเล่นโหมด Offline กับต่อสู้ออนไลน์แบบ Peer-to-Peer กับเพื่อนได้ แต่จะไม่มีการสะสมแต้ม ไม่มีร้านค้าพรีเมี่ยม และไม่มีการสู้กับคนแปลกหน้าทั่วโลกเพื่อไต่ Rank อีกต่อไป

แล้วโหมด Offline เหลืออะไรให้เล่นบ้าง? ก็โหมด Story ที่ให้เราได้ปั้นตัวละครของตัวเอง ดำเนินเรื่องไปเจอตัวละครจาก JUMP มากมาย รับมิชชั่นสะสมเหรียญซื้อชุดใหม่มาแต่งตัวละคร ซื้อท่าไม้ตายที่ชื่นชอบมาใช้ ซึ่งเกมมีท่าไม้ตายจากการ์ตูน JUMP มาแบบครบถ้วน (ตามตัวละครที่ได้อยู่ในเกมนี้) มีหมดไม่ว่าจะเป็นพลังคลื่นเต่า เปกาซัสหมัดดาวตก อาวานสทรัช หรือแม้แต่สองกระแทกสุดยอด น่าเสียดายที่ตัวละครในเกมนี้มาจากการ์ตูนแนวต่อสู้ซะส่วนใหญ่ ไม่มีตัวละครจากการ์ตูนแก๊กหรือ Love Comedy แบบเกมรวมตัวละคร JUMP เกมก่อน ๆ  โดยตัวละครใหม่สุดในเกมนี้คือ อัสตร้าจาก Black Clover (ทันจิโร่มาไม่ทันนะ)

เกมนี้จะมีตัวละคร DLC ทั้งหมด 14 ตัวที่ต้องซื้อเพิ่ม โดยจะมี 9 ตัวใน Characters Pass 1 และอีก 5 ตัวใน Characters Pass 2 โดยทั้ง Deluxe Edition และ Ultimate Edition จะมีให้แค่ Characters Pass 1 เท่านั้น (Ultimate ได้เพิ่มแค่เสื้อ T-shirt 16 ลาย กับไอเท็มที่ทำให้เล่นง่ายขึ้น ไม่มีตัวละครเพิ่มนะ) ถ้าอยากได้ตัวละครครบแบบถูกที่สุดก็ซื้อ Deluxe Edition + Characters Pass 2 ก็พอ แต่เอาจริง ๆ ถ้าไม่สนใจว่าต้องมีตัวละครครบ ซื้อแค่ตัวละครที่ชอบก็พอ เพราะถึงไม่มี DLC ก็มีตัวละครจาก DLC ให้เจอในเกมอยู่ดี (เป็นการโฆษณา DLC กลาย ๆ นั่นแหละ) แค่เอามาใช้ไม่ได้เท่านั้น

สรุป ถึงเกมนี้จะเคยถูกรีวิวในแง่ลบมาเยอะ ทั้งเสียงพากย์ที่มีบ้างไม่มีบ้าง (แต่ตอนสู้รู้สึกจะมีเสียงครบนะ)  A.I. ที่ไม่พอมือ (แต่ก็มีการออก patch มาปรับปรุงไปบ้างแล้ว) และระบบออนไลน์ที่ไม่มีคน แต่ด้วยราคา 159 บาทตอนลดราคา กับเกมที่มีตัวละครจากการ์ตูนดังหลายเรื่องมารวมกันนี่ เอาแค่จบเนื้อเรื่อง ได้ปั้นตัวละครก็คุ้มแล้วละผมว่า จะน่าเสียดายก็ตรงโหมดออนไลน์จะมีเครื่องแต่งกายที่หาไม่ได้จากที่ไหนแจก และเครื่องแต่งกายในร้านค้าพรีเมี่ยมก็ต้องใช้เหรียญ JF ในการแลก ซึ่งเหรียญ JF ต้องซื้อด้วยเงินจริงหรือเป็นรางวัลจากอีเวนต์ (ก็คือเพชรในเกมกาชานั่นแหละ แต่เกมนี้ไม่กาชานะ) แต่พอเกมยุติการขายในวันที่ 8 ก.พ. 2022 เหรียญ JF ก็จะเลิกขายตามไปด้วย ก็ต้องตัดใจล่ะนะ (เขาไม่อัพเดตให้ย้ายมาขายในโหมดออฟไลน์แน่นอนผมมั่นใจ เกมญี่ปุ่นก็งี้แหละ)


- - -


ส่งท้าย

ก็เป็นปีแรกตั้งแต่เขียนเอ็นทรี่สรุปเกม Steam ปลายปีที่ไม่มีเกมตระกูล Neptunia เลย ก็หนักไปทางยิงปืนจริง ๆ นั่นแหละ (ตั้งแต่ร็อคแมนมาเลย) แล้วก็ไม่มีเกมแนว JRPG เลยด้วย จัดเป็นปีที่แปลกใหม่ดีจริง ๆ

ปีนี้ก็จบแค่นี้ สวัสดี...


ของปีก่อน ๆ



    ความคิดเห็น

    โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

    กลเม็ดเคล็ดลับ FarmVille 2 (ตอนที่ 1)

    [ลัดคิว] Firefox 157 โฉมใหม่ สดใสกว่าเดิม

    เล่นแล้วมาเล่า... Torchlight 2 ตัวจริงเต็ม ๆ !!

    RPG Maker VX Ace กับภาษาไทย

    RPG Maker VX Ace กับการแปลไทย

    เก็บตก RPG Maker MV ฉบับลองใช้จริง.....

    11 เกม Steam ที่ซื้อมาแล้วนับได้ 25 เกม ปี 2025

    รวมพล MegaMan ฉบับ Fanmade

    15 ปี Windows ME ใครไม่จำเราจำ!

    เก็บตก Torchlight 2