7 เกม Steam ที่ซื้อมาแล้วเล่นจริง ๆ ปี 2018

ใครที่ตามอ่านมาทุกปีอาจจะแปลกใจ เอ๊ะ ปกติมีแค่ 5 เกมไม่ใช่รึ? ทำไมปีนี้ล่อไป 7 สงสัยซื้อเกมเยอะสินะ ต้องใช่แน่ ๆ  ... กลับกันเลย😅 เพราะปีนี้ซื้อเกมน้อยนั่นแหละ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเกมอื่น ๆ ที่ซื้อมาแต่ไม่ติดอันดับอีกต่อไป แล้วมันดันเหลือเศษ 2 ไง จะตัดตกไปก็ทำใจไม่ได้ งั้นเอามาเพิ่มเป็น 7 เกมนี่แหละ

และก็เหมือนเดิม เกมจะเรียงลำดับตามการซื้อก่อนหลัง โดยไม่สนว่าเกมไหนออกก่อนหลัง ไม่สนว่าเกมมันออกปีไหน และไม่สนว่าสตูดิโอผู้พัฒนาจะเจ๊งรึยัง สำหรับปีนี้ก็เลือกจากเกมที่ซื้อมาแล้วได้เล่นจริง ๆ ไม่ได้เอามาดอง (แต่เล่นแล้วค่อยดองเราก็นับ😆) ไปกันเลยดีกว่า



1. Kingdoms of Amalur: Reckoning™


เป็นเกมที่ออกมาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว จนปัจจุบันนี้สตูดิโอผู้พัฒนาก็เจ๊งไปนานแล้ว แต่เพิ่งมีข่าวไม่นานนี้ว่า ทาง THQ Nordic ได้ซื้อสิทธิ์ในการพัฒนาเกมนี้เก็บไว้แล้ว แต่ก็มีข่าวร้ายตามมาทันทีว่าไม่สามารถรีมาสเตอร์เกมนี้ได้ เนื่องจากติดลิขสิทธิ์ของทาง EA ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายเดิม (และยังขายอยู่ทั้งใน Steam และ Origin)

ตัวเกมเป็น Action RPG แบบเน้นแอคชั่นสุด ๆ มีทั้งการคอมโบ การกลิ้งหลบ การตั้งรับแล้วสวนกลับ พร้อมสกิลและท่าไม้ตายอลังการงานสร้างมาก คือเอามาเล่นปีหน้าก็ยังไม่รู้สึกโบราณน่ะ แต่ UI ดูโบราณเกินส่วนอื่นของเกมไปเยอะ  ในด้านระบบความเป็น RPG ก็มีให้เลือกคลาสได้อิสระ แถมเบื่ออยากจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ไปหา NPC เปลี่ยนได้ตลอด มีทั้งเควสต์หลักเควสต์ย่อยให้ทำจนเอียน เอียนจริง ๆ ผมดองเกมนี้เพราะเอียนเควสต์นี่แหละ😅 แบบว่าระหว่างทางทำเควสต์ ดันได้เควสต์ใหม่ติดมือมาเพียบประจำ (รู้สึกคิดผิดที่ซื้อ DLC มาครบ เพราะแค่เกมหลักเพียว ๆ ก็ตามเก็บไม่หมดแล้ว😂)

เกมนี้มีบั๊กร้ายแรงอยู่อย่างนึง คือ มันจะมีปัญหากับจอย Xbox One และจอยไร้สายครับ เห็นว่าจอยจะติด ๆ ดับ ๆ ถึงกับทำให้เกมเฟรมเรตตกจนเล่นไม่ได้กันเลยทีเดียว (ฟัง ๆ เขามาอีกที) ส่วนผมลองใช้จอย PS4 เล่นดูก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ (เล่นแบบเสียบสายนะ)



2. Grim Dawn


เกม RPG Hack & Slash ผู้พัฒนาเดียวกับ Titan Quest ระบบเกมต่าง ๆ จึงคล้ายกันมาก ทั้งระบบ Dual Class ทั้งแผนที่กว้างจนหลับ ตัวละครชายตัวหนา ๆ และชุดเกราะที่ดีไซน์ไม่เข้าตาผมเลย มันช่างเหมือนกันจริง ๆ  แต่แน่นอนว่านอกจากส่วนที่กล่าวมา ตัวเกมก็ถูกอัพเกรดจาก Titan Quest ในทุก ๆ ด้าน อนิเมชั่นตัวละครที่ดีกว่า การต่อสู้ฉับไวกว่า ฟาดมันกว่า และระบบการพัฒนาตัวละครที่มีมากกว่าการอัพ Stat และ Skill

อีกจุดที่ต่างคือ ธีมของเกมช่างมืดมนเหลือหลาย ไม่ได้สดใสท่ามกลางแสงแดงอบอุ่นแบบ Titan Quest ทำให้เล่นไปนาน ๆ ก็หดหู่ มอนสเตอร์ก็ดูโหด ๆ เละ ๆ หนาม ๆ ลูกตา ๆ ไม่ค่อยดูเจริญหูเจริญตาแบบสิงสาราสัตว์ของ Titan Quest แม้แต่บอสก็รู้สึกว่า เออ ตัวไรไม่รู้ ฆ่า ๆ ไปเหอะ😅

สรุปว่าเป็นเกมที่เล่นทีไรแล้วจะนึกถึงฉากอันสดใสของ Titan Quest ทุกครั้ง จนต้องงัด TQ (ขอย่อแล้ว) กลับมาเล่น และพอเล่น TQ ก็คิดถึงหลาย ๆ สิ่งที่พัฒนาขึ้นใน GD สุดท้ายก็เล่นมันวนไปวนมาแบบนี้แหละ😂



3. Sonic Generations


เป็นเกมที่ออกมาเมื่อปี 2011 เพื่อฉลอง 20 ปีของโซนิคในปีนั้น และในปีที่เกมนี้ออก ผมก็นั่งดูคลิปเปิดตัวและคลิปเกมเพลย์ 2 ฉากแรกของเกมนี้วนไปวนมาหลายปี ในที่สุดสเป็คเครื่องก็พอเล่นเกมนี้แล้ว😂

เกมภาคนี้จะเป็นการรวมฉากเด่น ๆ จากโซนิคภาคเด่น ๆ มาภาคละฉาก แล้วเอามาทำใหม่หมดเป็น 3D โดยแบ่งเป็นฉากละ 2 ACT โดย ACT1 จะเป็นการเล่นแบบ Classic มุมมองด้านข้าง แดชไม่ได้ (มีแต่สปินแดช) ไม่มีระบบล็อคเป้า แบบเอาใจแฟนเก่า ๆ เต็มที่  ส่วน ACT2 จะเป็น Modern Sonic มุมมองจะมีทั้งด้านข้างด้านหลังด้านหน้า มีการแดชมีการล็อคเป้า มีความเร็วสูงมาก ซึ่งเราจะต้องเล่นทั้ง ACT1 และ 2 ให้หมด แล้วหาทางเข้าไปสู้กับบอส (ซึ่งจะแอบอยู่ในฉากแผนที่) เพื่อเปิดทางไปโซนต่อไป

ก็จัดว่าเป็นเกมที่สนุกมาก แม้จะจบเร็วไปหน่อย แต่ตัวเกมยังมี Challenge ต่าง ๆ ให้เล่นมากมาย ซึ่งบางอันก็จะเป็นการใช้ความสามารถของเพื่อน ๆ โซนิคช่วยในการผ่านฉาก (แต่ไม่มีให้บังคับเพื่อนตรง ๆ เราเล่นได้แต่โซนิคแบบคลาสสิกกับแบบโมเดิร์นเท่านั้น) อ้อ มีเกมพินบอลแถมด้วยนะ



4. Hollow Knight


เกมแนว Metroidvania ไอ้ที่ฉากมันเชื่อมกันหมด แต่เราต้องอัพความสามารถหรือแก้ปริศนาเพื่อเปิดทางไปต่อ ซึ่งบางทีก็ต้องย้อนกลับไปหาว่าทางไหนผ่านได้แล้วบ้าง ทำให้ต้องวนไปวนมาหัวหมุนมาก😵 สำหรับเกมนี้ก็จะมาในธีมมืดมนในโลกของแมลง แต่ตัวละครกับเสียงมันช่างน่ารักสดใสเหลือเกิน (แต่บางทีก็แอบหลอนนะ)

จุดขายของเกมที่ผู้คนโจษจันกันมากคือความยาก ยากทั้งศัตรูระหว่างทางและบอส แต่พอเล่นจริง ๆ มันก็ไม่ยากมาก แค่ต้องจับจังหวะให้ดี เกมมันมีจังหวะหลบให้แล้ว อยู่ที่คนเล่นว่าสมาธิจะหลุดเมื่อไหร่ ส่วนจุดที่ผมว่าทำให้หลายคนวางมือก็คือ เวลาตายตัวเอกจะย้อนกลับไปจุดเซฟ โดยสูญเสียเงินและความสามารถบางอย่างไป จากนั้นเราก็ต้องพาสภาพที่ไม่ค่อยเต็มนั่นไปจุดที่ตายให้ได้เพื่อกู้ของที่สูญเสียไปคืนมา แต่ระหว่างนั้นถ้าตาย ก็เสียไปเลยตลอดกาล (หรือบางอย่างต้องเอาไปซ่อมตั้งไกล)

มันก็มีหลาย ๆ อย่างที่เล่นแล้วรู้สึกว่า เหนื่อยเหลือเกิน มันไม่ใช่ว่าตายห้องบอสแล้วย้อนมาหน้าห้องบอสแบบร็อคแมน ไม่ใช่ว่าไปยังพื้นที่ใหม่แล้วแผนที่จะขึ้น ต้องหาคนเขียนแผนที่ เกมเต็มไปด้วยการ เดินหา เดินหา เดินหา เดินหา เดินหา (แล้วต้องจำได้ด้วย) แล้วก็วนไป หลบบอส ตาย เดินกลับไปสู้ หลบบอส ตาย เดินกลับไปสู้ หลบบอส ตาย เดินกลับไปสู้  เฮ้อ เหนื่อย 😞



5. Don't Starve / Don't Starve Together


มีช่วงนึงของปี 2018 ที่ Don't Starve Together เปิดให้เล่นฟรีแบบจำกัดเวลา และผมกับเพื่อนคนนึงกำลังโหยหาเกม Co-op แนวเอาตัวรอดไปวัน ๆ หลังจากได้ลองเล่น ผมก็พบว่ามันสนุกกว่าตอนที่เคยเล่นภาคปกติ (ตอนนั้นเปิดให้ฟรีเหมือนกัน) แต่เพื่อนบอกว่า ไม่โดน สุดท้ายผมก็เลยซื้อภาคเล่นคนเดียวมา (เพื่อเล่นคนเดียว😢)

แต่ภาคเล่นคนเดียวมันเล่นแล้วไม่รอดทุกที แถมพบว่าตัวละครต้องปลดล็อคกันอีกนาน (Together เริ่มมามีกองกันให้เลือกเลย) ม็อดก็น้อยกว่า ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อภาค Together มาอีกที ซึ่งภาคนี้ชื่อเหมือนจะต้องเล่นกับใครแต่จริง ๆ ก็เล่นคนเดียวได้แหละ เล่นแล้วก็.. เออ มันรุ่งกว่าจริง ๆ แฮะ

ตัวเกมเป็นยังไง? ก็แนวหาของมาคราฟท์มากินมาปรุงเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ น่ะครับ เกมต้องบริหารทรัพยากรให้ดี หาทางทำฟาร์มวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อชิวิตที่ยั่งยืน ตัวภาคปกติจะมี DLC ที่ให้ผจญภัยในโลกที่แตกต่างจนแทบจะเป็นภาคใหม่ เช่น ออกทะเล หรือ ล่าสมบัติผจญเมืองหมู ส่วนภาค Together จะมีอีเวนท์จำกัดเวลามาให้เล่นเรื่อย ๆ (เน้นเล่นหลายคน) และมีของให้ปลดล็อคมากมาย ก็ดีกันไปคนละอย่าง อ้อ ภาค Together ถ้าซื้อแล้วจะได้มา 2 ชุด ของเราชุดนึง ไว้ให้เพื่อนชุดนึง



6. Hyperdimension Neptunia Re;Birth3


ซีรี่ส์ขาประจำ ต้องมีทุกปี ซึ่งปีนี้ซื้อได้ถูกกว่าปกติเพราะมีภาคเก่า ๆ อยู่แล้ว ทำให้ซื้อในชุดบันเดิล (ซึ่ง Steam มีระบบหักลดราคาจากเกมที่ซื้อไปแล้ว) ได้ถูกกว่าซื้อเดี่ยว ๆ  ตัวเกมก็เป็นภาครีเมคภาคสุดท้าย (จาก 3 ภาค) และในที่สุดก็จะไปบรรจบกันที่ภาค VII (ไม่ใช่ภาค 7 แต่เป็นภาค V-Two) ซึ่งเครื่องผมยังเล่นไม่ได้

ตัวเกมก็ไม่มีอะไรมาก เป็นแนว RPG ลงดันตีมอนอัพเลเวล หาของมาคราฟท์ปลดล็อคไอ้นั่นไอ้นี่ และจุดขายหลัก ๆ คือฉากสนทนาแบบ Visual Novel ที่กินเวลานานมาก ๆ (มีวันนึงเล่นไป 2 ชั่วโมง ได้ลงดันแค่ 10 นาที นอกนั้นดูมันคุยล้วน ๆ 😅) ภาคนี้ปรับปรุงระบบจาก 2 ภาคแรก (ทีรีเมคเหมือนกัน) ค่อนข้างเยอะ เช่น SP ที่ปกติใช้แล้วหมดต้องกดไอเท็มเติม (เหมือน MP เกมทั่วไป) ก็ใช้วิธีสะสมเกจแบบเกมต่อสู้แทน (ผมชอบแบบนี้ เพราะเป็นพวกชอบกั๊ก MP ไว้สู้บอส มาแบบนี้ใช้ไม่อั้น😆) เวลาซื้อชุดหรือเครื่องประดับในร้านค้าก็มีพรีวิวให้ดูก่อน นอกนั้นยังปรับปรุง UI ใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ภาคนี้เป็นภาคที่ยาวที่สุดใน 3 ภาค Re;birth และแน่นอน 2 ภาคที่สั้นกว่านั่นก็ยังไม่จบเลย😅 ก็ดองกันต่อไป *คำเตือน* ถ้าตัวละครตามเนื้อเรื่องยังไม่ครบ 4 อย่าเพิ่งไปเชิญตัวละคร DLC มา (จะเป็น Event ที่ Planeptune หลังเข้า Chapter 2 พวกที่ชื่อเป็นค่ายเกมน่ะ) ไม่งั้นเนื้อเรื่องจะดูขัด ๆ ยังไงไม่รู้ แต่ไม่ส่งผลกับตัวเกมนะ



7. THE KING OF FIGHTERS XIV STEAM EDITION


เกมที่ไม่คิดว่าจะได้เล่นเร็ว ๆ นี้ เพราะราคาเต็มมันเป็นพันน่ะ แต่แล้วจู่ ๆ ช่วงลดราคาสั้น ๆ ก่อน Winter Sale 2018 นิดเดียว เกมนี้ก็ลดลงมาเหลือไม่ถึง 300 ซ้ำแค่เพิ่มไม่ถึง 20 บาท ก็จะได้ Ultimate Pack ที่รวม DLC ครบ + อาร์ตบุ็ค (PDF) + Sound Track มาด้วย ซึ่งตอน Winter Sale นี่ก็ไม่ได้ลดขนาดนี้แล้วนะ ถือว่าคิดถูกที่รีบสอยก่อนจริง ๆ 😊

ก่อนหน้านี้ผมเคยรีวิวภาค XIII ไปแล้ว ส่วนภาค XIV นี้ ส่วนตัวก็ไม่รู้สึกว่ามันพัฒนากว่าภาค XIII เท่าไหร่ เห็นหลายคนบอกว่ารูปแบบมันย้อนไปภาค 2002 ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคที่หลายคนว่าลงตัวที่สุด (ตัวละครเยอะสุดด้วยมั้ง) ดังนั้นเวลาเล่นภาคนี้จะรู้สึกว่าย้อนยุคหน่อย ๆ แหละ เหมือนแค่เอาภาคเก่า ๆ มาทำเป็น 3D แค่นั้น

โดยส่วนตัวผมว่าพอเล่นภาค XIV แล้วกลับไปเล่นภาค XIII จะรู้สึกว่าภาค XIII สนุกกว่า เพราะมันรวดเร็วฉับไวกว่า เสียตรงตัวละครน้อย และคัดมาได้ไม่น่าพอใจ ซึ่งเรื่องตัวละครนี่ XIV ทำออกมาดีกว่านะ ตัวเก่า ๆ ที่คิดถึงกลับมาเพียบ (ต้องจัด Ultimate Pack ด้วย) ตัวใหม่ ๆ ก็น่าสนใจ ก็ถือว่าได้อย่างเสียอย่างสินะ



เกม Steam ที่ไม่ได้ซื้อแต่ได้เล่นจริง ๆ 

อันนี้หัวข้อพิเศษเฉพาะปีนี้ เพราะได้เกมมาเล่นเกมนึง เป็นเกมที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกจริง ๆ

Re Angel


หลายคนคงพอรู้จักมาแล้ว มันคือเกม Visual Novel ที่ใช้เวลาพัฒนานานที่สุดเกมหนึ่งของไทย (ไม่ต้องใช้คำว่าเกมหนึ่งมั้ง มีเกมเดียวนี่แหละ) ที่ผมได้ไปมีส่วนร่วมหาบั๊กให้เขานิดหน่อย (บางตัวที่เจอนี่ก็ทำเอาน่าปวดหัวเหมือนกัน😅) ก็เลยได้รับตัวเกมมาในฐานะเบต้าเทสต์นี่แหละ

ตัวเกมก็เป็น Visual Novel แท้ ๆ คุยกันยาว ๆ (คุยกันยาวมาก) นาน ๆ ทีก็ขึ้นทางเลือกให้ตอบ ตอบแล้วก็เปลี่ยนรูท นำพาไปหาฉากจบต่าง ๆ กัน ความสนุกคือการเซฟแล้วลองหลาย ๆ ทางเพื่อหารูทที่แท้จริง ซึ่งมันก็มีมากกว่าหนึ่งรูท นั่นคือความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว มันจบได้มากกว่า 1 แบบต่อ 1 คน อือ ก็มีแค่นี้แหละ

เกมก็มีกิมมิกตามประสา Visual Novel เช่น มีหน้า Gallery ไว้ดูภาพ CG (ไม่มี 18+ นะ) และมีของแถมให้ปรับเล่นนิดหน่อย ไปลองเล่นกันเอง🤗



ส่งท้าย

ปีก่อนเคยพูดทิ้งท้ายไว้ว่าปีนี้อาจไม่ได้เขียน 5 เกม Steam ที่ซื้อมา เพราะซื้อเกมที่อยากได้หมดแล้ว แต่ลืมไปว่าเพิ่งเปลี่ยนเครื่องนี่หว่า มันก็เลยมีเกมที่อยากได้แต่เคยเล่นไม่ได้มาเพิ่มอีกหน่อย ซึ่งเกมส่วนใหญ่ในปีนี้ก็คือเกมที่เครื่องเดิมเล่นไม่ได้ แต่เครื่องนี้เล่นได้ ซะเป็นส่วนใหญ่นั่นแหละ

ก็จบแค่นี้สำหรับปีนี้ เขียนนานจนข้ามวันแล้ว สวัสดี....


ของปีก่อน ๆ


 

ความคิดเห็น