[รีวิวสาย ๆ] Mega Man Legacy Collection 2

ไม่ได้ริวิวเกมกับเขียนเรื่องร็อคแมนมานาน แล้วที่แปะหัวว่า "รีวิวสาย ๆ" เพราะตอนเขียนนี่อีกไม่กี่ชั่วโมงมันจะหมดเวลาลดราคาไงล่ะ! (ประจำแหละบล็อกนี้😂) จริง ๆ มันลดยาวมากตั้ง 10 วัน นานจนผมอยากจะรีวิว 2 ภาครวด แต่ก็ออกมาอย่างที่เห็น ได้แค่ภาคเดียวในวันสุดท้าย😅 ใครไม่ทันก็รอลดครั้งหน้านะ หรือทนไม่ไหวจะซื้อราคาเต็มก็ได้😀

จริง ๆ ผมซื้อมาตั้งแต่ปลายเดือนเมษาแล้ว แล้วจะรีวิวตั้งแต่ตอนนั้นนั่นแหละ แต่ช่วงนั้นอะไรหลาย ๆ อย่างมันทำให้เขียนบล็อกไม่ค่อยออก แถมเลยเวลาลดราคาตอนนั้นมานานแล้ว เลยกะว่าไว้เขียนตอนลดครั้งหน้าละกัน (ก็ตามที่สัญญาไว้กับตัวเองล่ะนะ แต่เฉียดฉิวไปหน่อย😅) ตอนแรกก็ไม่หวังว่าจะเล่นได้หรอก เพราะสเป็คขั้นต่ำมันต้องการการ์ดจอ GeForce GTX 550Ti (VRAM1GB) ซึ่งผมใช้ Intel HD 630 ที่ติดมากับ CPU แค่นั้น ดูยังไงก็เล่นไม่ได้ใช่มั้ย? แต่ผิดคาด สามารถเล่นได้ที่ 60 fps เนียน ๆ เลย เปิดฟิลเตอร์ก็ยังได้ ตอนหลังเปลี่ยนจอเป็น 1080p ก็ยังเล่นได้ลื่นเท่าเดิม ซ้ำยังสตรีมสดได้แบบชิล ๆ  ซึ่งใครอยากดูคลิปที่สตรีมไว้ก็ดูได้ข้างล่างนี้

เป็นการเล่นแบบสุ่ม ๆ กาก ๆ ไม่ต้องหวังว่าจะเห็นเกมเพลย์ขั้นเทพอะไรนะ (โดยเฉพาะภาค 9 😅) แล้วก็พยายามทดลองฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้ดูเท่าที่นึกออกตอนนั้น (แต่ไม่มีบทพูดอะไรนะ) ดูจบแล้วอาจไม่ต้องอ่านต่อก็ได้มั้ง😑



ย้อนกลับไปดู Legacy Collection 1 ก่อน

เนื่องจากไม่ได้รีวิวไว้แบบเต็ม ๆ มีแค่รีวิวสั้น ๆ ในเอ็นทรี่ 5 เกม Steam ที่ซื้อมาเล่นแล้วฟิน ปี 2017 และที่ผ่านมามันก็มีอัพเดตเพิ่มเล็กน้อย เลยขอยกมาพูดตรงนี้สักหน่อย

Mega Man Legacy Collection 1 นี่เป็นเหมือนการโยนหินถามทางของแคปคอมว่าผู้คนยังรอคอยร็อคแมนอยู่มั้ย เอาจริง ๆ มันอาจจะเป็นตัวตัดสินสุดท้ายก็ได้ว่าร็อคแมนจะได้ไปต่อรึเปล่า ซึ่งผลออกมาคือขายได้เกินกว่าล้านชุด เป็นเกมร็อคแมนที่ทำยอดขายได้มากเป็นอันดับ 3 ในบรรดาซีรี่ส์ร็อคแมนทั้งหมด (อันดับ 1 : ร็อคแมน 2  อันดับ 2 : ร็อคแมน X1) และตอนหลังทางแคปคอมก็ให้คำตอบกับบรรดาแฟน ๆ ด้วย Legacy Collection 2 ซึ่งแอบมีคำใบ้ถึงภาค 11 ใส่ไว้

นี่คือภาพดีไซน์จากภาค 11 ที่แอบใส่ไว้ใน Museum ของ Legacy Collection 2 นอกจากภาพนี้ยังมีการออก Nendoroid (ที่ชอบเรียกกันว่าเน็นด๋อย) ของโรลจังในชุดแบบใหม่ ซึ่งก็คือชุดจากภาค 11 นั่นเอง และหลังจากนั้นซีรี่ส์ร็อคแมนก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง (ถึงจะเป็นการมัดของเก่าขายซะมากจนบ่นกัน แต่จริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยอยู่แล้ว เชื่อสิ😉)

กลับมาที่ MMLC1 (ขอย่อละ) เมื่อปลายปีที่แล้วมีการปล่อยอัพเดตออกมาเงียบ ๆ หลังเงียบจากการอัพเดตไปนานมาก และอัพเดตที่ว่าก็คือการเพิ่มฟีเจอร์ Rewind ที่ช่วยให้ย้อนเวลาไปก่อนพลาดได้ตลอด เพิ่ม Turbo Mode ที่ไม่ใช่การทำให้เกมเร็วขึ้น แต่เป็นการทำให้เกมไม่ช้าลงเวลาเจอศัตรูเยอะ ๆ หรือตัวใหญ่ ๆ และยังมีการแก้ไขให้แถบดำตรงขอบซ้ายของภาค 3 - 6 หายไปด้วย

MMLC1 นี่ก็จัดว่าเป็นภาคสมบูรณ์ที่สุดสำหรับผมล่ะนะ ตัวช่วยเพียบ ข้อมูลตัวละครครบ ไม่มีอะไรให้ติดค้างเลย (บางคนอยากให้เอาภาค Complete Work ที่ลง PS1 มาทำ แต่ผมว่าแบบนี้แหละดีแล้ว คลาสสิกสุด)



มาดูที่ Legacy Collection 2

สำหรับ MMLC2 ก็เป็นงานที่ทางแคปคอมลงมาดูแลเองมากขึ้น เอาง่าย ๆ ก็ใช้ทีมงานคนละทีมกับ MMLC1 นั่นแหละ (MMLC1 นี่โยนให้ Digital Eclipse ทำให้) ก็เลยไม่แปลกที่อะไรหลาย ๆ อย่างจะเปลี่ยนไป

โดย MMLC2 จะบรรจุร็อคแมนในยุคใหม่ 4 ภาคคือ 7 8 9 10 ซึ่งกระจายไปลงหลายเครื่องมากและยังมีสไตล์กราฟิกต่างกัน ทำให้เล่นแล้วได้บรรยากาศหลากหลายไม่ได้เป็นโทนเดียวกันแบบ MMLC1

จุดต่างจาก Mega Man Legacy Collection 1
  • ใช้ทีมงานในญี่ปุ่นพัฒนาให้ ไม่ได้จ้างทีมงานฝั่งตะวันตกแบบ LC1 แล้ว
  • การเปลี่ยนไปเล่นเกมเวอร์ชัน Rockman ต้องตั้งเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น (จะเปลี่ยนก็จำตำแหน่งดี ๆ นะ เดี๋ยวเปลี่ยนกลับไม่ถูก) ไม่สามารถเลือกได้เลยใน Options แบบ LC1
  • ปุ่มเลือกเมนูตั้งค่าระหว่างเล่น เปลี่ยนจาก Back (Select) เป็น LT (L2) แต่ถ้าใครไม่ชินก็สามารถเปลี่ยนได้
  • ยังไม่พอ ปุ่มกดเมนูเลือกอาวุธยังเปลี่ยนจาก Start เป็น Back อีก ใครจะไปชิน😫 ไปตั้งใหม่กันเถอะ
  • ยังไม่หมด ค่าตั้งต้นของปุ่มยิงรัวอัตโนมัติก็กลายเป็นปุ่ม B (จากปกติต้องปุ่ม Y) แน่นอนว่าถ้าไม่พอใจก็เปลี่ยนได้ (ภาค 8 ไม่มีปุ่มรัวอัตโนมัติ เพราะมีไอเท็มรัวอัตโนมัติในเกมอยู่แล้ว แต่ก็เจอคดีเดียวกันคือตั้งปุ่มยิงอาวุธพิเศษเป็นปุ่ม B แทนที่จะเป็น Y 😑)
  • ฟิลเตอร์เหลือแค่อันเดียวคือไม่เปิดก็ปิด ไม่ได้แบ่งเป็น TV กับ Monitor แล้ว (เปิดแล้วก็กึ่ง ๆ TV กับ Monitor นั่นแหละ)
  • เพิ่ม Wallpaper ปิดแถบข้างเป็นภาคละ 4 รูป จากที่ LC1 มีแค่ภาคละรูป
  • ใน Museum ไม่มีข้อมูลบอสและอาวุธแพ้ทางบอกแล้ว (เห็นว่าภาคคอนโซลแบบแผ่นจะแถมตารางอาวุธแพ้ทางให้ในกล่อง) แต่ยังสามารถกดเข้าไปสู้กับบอสได้อยู่
  • การเซฟระหว่างฉาก จะเซฟได้เฉพาะจุดเช็คพอยน์เท่านั้น (คืออยู่ตรงไหนก็ได้ แต่ถ้าเซฟก็จะเซฟสภาพตอนอยู่ที่เช็คพอยน์ล่าสุด) สามารถกดเซฟเอง หรือให้เซฟอัตโนมัติก็ได้ (เซฟอัตโนมัติจะเซฟให้ตอนมาถึงเข็คพอยน์ล่าสุด แต่ไม่เซฟตอนตายแล้ววนกลับมา)
  • Challenge จะไม่มีการมิกซ์ฉากกับบอสข้ามภาคแล้ว แบ่งเป็นภาคใครภาคมันไปเลย (น่าจะเพราะความต่างของกราฟิกนั่นแหละ)
  • Boss Rush ใน Challenge จะไม่ได้เรียงลำดับบอสให้เราสู้เรียงตัวแล้ว แต่จะพาไปห้องแคปซูลรวมบอสของแต่ละภาคให้เลือกเอาเองเลย 😅
  • เมื่อกดเข้าเกมจะเด้งไปที่ฉากไตเติ้ลเลย ถ้าอยากดู Opening ต้องปล่อยไตเติ้ลไว้เฉย ๆ เดี๋ยวมันก็ขึ้นมา

การปรับ Options ที่หน้าไตเติ้ล จะมีให้เปลี่ยนภาษา (ถ้าอยากเล่น Rockman แทน Mega Man ต้องตั้งเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดไปด้วยนะ😅) เลือกโหมดหน้าจอ โดยเกมนี้ไม่มีตัวเลือกให้ปรับความละเอียดจอนะ ปรับได้แค่ เต็มจอ หน้าต่าง และหน้าต่างแบบไร้ขอบ (Borderless Window) ซึ่งแนะนำแบบหลังสุด จะรันเกมได้มีประสิทธิภาพกว่า คือจริง ๆ มันเป็นการเอาหน้าต่างแบบไร้ขอบมาขยายจนเต็มจอนั่นแหละ (ส่วน Full Screen คือการสลับไปหน้าจอเสมือนอีกจอนึง ซึ่งหลัง ๆ หลายเกมจะมีปัญหาเฟรมเรตตกในโหมดนี้) นอกนั้นก็เปิดปิด Vsync  ลบเซฟทั้งหมด (ไอ้เมนูยาว ๆ นั่นแหละ) และเปิดปิด Extra Armor Mode ส่วนการตั้งปุ่มต้องไปตั้งจากหน้า Options ของแต่ละภาคแทน (ตั้งได้ทั้งหน้าก่อนเข้าเกมและระหว่างเล่น)

Extra Armor Mode คือโหมดช่วยเหลือแบบเป็นหนทางสุดท้ายจริง ๆ สำหรับคนเล่นไม่ผ่านซะที😅 พอเปิดแล้วจะทำให้ได้รับความเสียหายน้อยลง โดยต้องแลกมาด้วยการมีไอคอนโล่แปะอยู่ที่มุมซ้ายบนแบบนี้ แต่ไม่มีผลกับการเก็บ Achievement นะ สามารถเปิด/ปิดได้เฉพาะเมนู Options ที่หน้าไตเติ้ล ไม่มีใน Options ในเกมนะ

ส่วนหน้า Options ในเกม (กด LT/L2) ก็จะมีตัวช่วยคือ Checkpoint Save ระบบช่วยเหลือของภาคนี้ โดยจะเซฟให้ในสภาพที่อยู่ตรงเช็คพอยน์ล่าสุด คือถ้าคุณมาถึงเช็คพอยน์ตอนเหลือพลัง 1 ขีด ถ้าเซฟมันก็เซฟตอนพลัง 1 ขีดนั่นแหละ ถ้าไม่ชอบก็ยอมตายให้พลังเต็มแล้วกดเซฟเองใหม่ ก็จะได้สภาพพลังเต็มแล้ว จากนั้นจะโหลดมาบ่อยแค่ไหนก็ได้ตัวไม่ลด ถ้ากลัวลืมเซฟเกมก็มี Auto Save ให้เปิดด้วย โดยจะเซฟให้เฉพาะตอนมาถึงเช็คพอยน์ แต่ตายแล้วย้อนต้องกดเซฟเองนะ

เกมจะปรับหน้าจอได้ 3 แบบ เริ่มจาก Original ภาพจะหดอยู่ตรงกลาง โดยจะหดเยอะแค่ไหนขึ้นอยู่กับความละเอียดของแต่ละภาคและความละเอียดของจอเรา (ถ้า 1080p ก็เล็กหน่อย)

แบบ Full จะขยายภาพแบบคงสัดส่วนเดิมจนเต็มความสูงของจอ แบบนี้ก็เต็มตาดี แต่อาจจะเห็นอาการพิกเซลเหลื่อมหรือไม่ก็เห็นเม็ดพิกเซลชัดเกิน แนะนำให้เปิดฟิลเตอร์ช่วย

แบบ Wide ก็... ยืดภาพเต็มจอแบบไม่สนสัดส่วนใด ๆ เล่นกันแบบยืด ๆ นี่แหละ โดยส่วนตัวผมเกลียดโหมดนี้มาก แต่เห็นหลายคนชอบกันจัง (เห็นคนเล่น FF8 Remastered ก็เรียกร้องโหมดยืดแบบนี้กันนะ😅)

เกมจะมีฟิลเตอร์ให้แบบเดียวคือไม่เปิดก็ปิดนี่แหละ (ต่างจาก MMLC1 กับ MMXLC ที่มีให้เลือก 2 แบบ) โดยเมื่อเปิดก็จะมีเส้น Scanline ขึ้นมาช่วยให้ภาพดูเนียนขึ้นหยักน้อยลง ลองดูด้วยตาเอาเองดีกว่า ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน😁

การตั้งค่าอื่น ๆ ก็มี Background ที่มีให้เลือกภาคละ 4 ลาย โดยถ้าเลือกเบอร์ไหนทุกภาคก็จะเป็นเบอร์นั้นตามหมด (เช่น เลือกภาค 7 เป็นเบอร์ 2 ภาค 8 9 10 ก็จะกลายเป็นเบอร์ 2 ของภาคนั้น ๆ เหมือนกัน) มีให้ตั้งปุ่มได้ทั้งจอยและคีย์บอร์ด มีให้กลับไปไตเติ้ลของภาคนั้น ๆ และออกจากเกมกลับไปเมนูหลัก


โหมด Challenges ในเกมนี้จะเป็นแบบแยกภาคใครภาคมัน ไม่มีมิกซ์รวมแบบ MMLC1 อีกแล้ว (เพราะความต่างมันเยอะเกิน) โดยหลัก ๆ ก็มามุกเดิมคือ เอาบางส่วนของหลาย ๆ ฉากมายำให้เล่นยาวรวดเดียว เอาบอสกลาง บอสหลัก ไวลี่ มาเรียงกันให้สู้ (Boss Rush) แต่คราวนี้โหมด Boss Rush ที่สู้กับบอสหลัก 8 ตัว จะไม่ได้เรียงบอสมาให้เรา แต่จะวาร์ปไปห้องแคปซูลบอสในด่านไวลี่ให้เลือกสู้เอาเองเลย ก็ถือว่าดีนะ ให้ตัดสินใจเองเลย😀 เสียดายไม่มี Boss Rush รวมทุกภาคแบบ MMLC1 นี่แหละ (อันนั้นโหดมาก แต่ชนะแล้วฟินสุด ๆ)

Museum กับ Music Player ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ดูภาพอาร์ตเวิร์คกับฟังเพลง โดยสามารถกดเข้าไปสู้กับบอสหลัก 8 ตัวตอนเลือกภาพบอสได้อยู่ (บอสที่สู้ได้จะเป็นกรอบแดง ต้องกดเข้าไปดูภาพบอสก่อนแล้วกด X) แต่ไม่มีข้อมูลบอสกับอาวุธแพ้ทางบอกแล้ว หาในคู่มือชุมชนเอาเอง😅



ความรู้สึกในแต่ละภาค

เอาจริง ๆ ก็เคยเขียนไปบ้างแล้วในเอ็นทรี่ ความทรงจำกับ Rockman แต่คราวนี้จะเทียบกับการเล่นอันใหม่นี่ด้วยว่ามันพัฒนาขึ้นหรือไม่อย่างไร ใครยังไม่ได้อ่านเอ็นทรี่เก่าลองกลับไปอ่านดูด้วยก็ดีนะ 😊


Rockman 7
สมัยนั้นเป็นภาคที่เหมือนมาผิดเวลานะ คือดันออกมาหลัง Rockman X ที่ทำเอาหลายคนเทใจให้หมดแล้ว พอมาเจอภาค 7 ที่เกมเพลย์เดิม ๆ เพิ่มเติมคือกราฟิก (ที่ผมไม่ค่อยถูกใจกราฟิกตัวร็อคแมนเวอร์ชันนี้เท่าไหร่😅) ก็เลยกลายเป็นภาคที่ไม่ได้อยากเล่นมาก แต่ก็อยากเล่น สุดท้ายพอยุคอีมูเลเตอร์มาก็ได้เล่นสมใจ แต่ว่า.... ตอนนั้นอีมูยังคุณภาพไม่ดี ภาพออกมาแตกและผิดสัดส่วนมาก นอกนั้นยังมีปัญหาเสียงเพี้ยนแบบสุด ๆ อย่างเสียงร็อคแมนกระโดดจะดัง ฟู่ อี๊ด ฟู่ อี๊ด ระคายหูมาก😅 เวลาผ่านไป.. อีมูเลเตอร์ดีขึ้น มีฟิลเตอร์ ปรับสัดส่วนได้ และเสียงก็ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่สุด เสียงตอนกระโดดตอนยิงยังคงระคายหูอยู่ดี

จนมาที่ MMLC2 นี่ ผมก็ได้สิ่งที่ต้องการ เสียงกระโดดที่ควรจะเป็น "ชึ่บ กริ๊บ" สั้น ๆ สบายหู แม้จะติดปัญหาที่บางเสียงอาจจะเบาไป อย่างเสียงยิงสายฟ้าของ Cloud Man หรือเสียงระเบิดของแท่นระเบิดเวลา แต่ถ้าปรับเสียงดังขึ้นมันก็โอเคขึ้นนะ ปัญหาของภาคนี้ใน MMLC2 ก็คือมันเป็นภาคเดียวที่ไม่มีระบบเซฟใด ๆ อยากเซฟต้องใช้ Checkpoint Save เท่านั้น ไม่งั้นก็จด Password เอาตามเดิม ซึ่ง Password ภาคนี้ก็เก็บข้อมูลครบถ้วนมาก เก็บได้ทั้งจำนวนถังต่าง ๆ จำนวนตัว ยันจำนวนน็อตเลย แถมยังมี Password ลับต่าง ๆ มากมาย (เช่น มีบอส 8 ตัวตั้งแต่แรก ไปไวลี่ด่านสุดท้าย และ โหมดลับสู้กันเอง)

จุดเสียอันยิ่งใหญ่ของภาคนี้คือ ไวลี่ร่างสุดท้ายยากโคตร แถมสู้รอบแรกถ้าดันใช้ถัง E หมดแล้วตาย รอบต่อไปไม่ต้องพูดถึง😅 Checkpoint Save ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะต้องกลับไปสู้กับร่างแรกก่อนทุกครั้ง สุดท้ายผมยอมใช้ Extra Armor เลย ถึงจะจบได้ (แล้วก็เลยรู้ว่ามันได้ Achievement ด้วยแม้จะเปิด Extra Armor นี่แหละ) อ้อ การกดเข้าไปซื้อของในหน้าเลือกบอสนี่ กด Start หรือปุ่มที่ใช้กดเข้าเมนูเลือกอาวุธเอาได้เลยนะ เพราะเกมไม่มีให้ตั้งปุ่ม Select 😐



Rockman 8
ภาคนี้สมัยเล่นอีมูค่อนข้างลำบาก เพราะอีมูเลเตอร์ของเครื่องเพลย์มัน geek มาก แทนที่จะจบในตัว ดันต้องไปสรรหา Plug-in มาหลากหลาย โดยเฉพาะตัวกราฟิกนี่ บางตัวใช้ได้ดีกับเครื่องนี้ พอเปลี่ยนเครื่องหรือการ์ดจอดันไม่เวิร์คซะงั้น ก็ต้องหาไปเรื่อย ๆ ตอนหลังมีปัญหากับจอย PS4 อีก ก็ต้องหา Plug-in จอยใหม่ เว็บ Plug-in ก็เริ่มตาย ๆ กันแล้ว แถมงานที่ออกมาก็เรียกได้ว่าภาพแตกยับ มีสะดุด ระบบเซฟไม่เสถียรอีกต่างหาก

พอมา MMLC2 นี่คือตอบโจทย์มาก ภาพก็ลงตัว เสียงก็ดี จอยก็ไม่มีปัญหา (ยกเว้นปุ่มยิงอาวุธพิเศษที่ดันไปอยู่ตรงปุ่ม B ต้องตั้งกลับเป็น Y แล้วปกตินี่ปุ่มยิงหลักมันเป็นปุ่มยิงอาวุธพิเศษนี่นา🤔) เล่นได้ลื่น ๆ 60 fps อีกต่างหาก  ภาคนี้ถือเป็นภาคที่แตกต่างจากภาคอื่น ๆ มากที่สุด เพราะตัดรัชเดิม ๆ ที่คุ้นเคย เหลือไว้แต่รัชเจ็ทแบบใช้เฉพาะจุด ถัง E ก็ตัดออก เวลาตายพลังอาวุธก็เต็มหมด และมีทางลับเยอะมาก ๆ เพื่อไว้ซ่อนน็อต (จริง ๆ คือ Bolt 😅) ทั้ง 40 อัน ให้เก็บไปแลกไอเท็มพิเศษต่าง ๆ ที่ภาคอื่นไม่เคยมี อย่างชาร์จบัสเตอร์แล้วยิงกระจายเป็น 5 ทิศ ยิงเป็นเลเซอร์ สไลด์เร็วขึ้น ยิงรัวอัตโนมัติ ฯลฯ ซึ่งด้วยน็อต 40 ตัวไม่สามารถซื้อหมดทุกอันได้ ต้องคิดดี ๆ ว่าจะเอาอันไหน และภาคนี้มีตำนานอยู่อย่างนึงคือฉาก Jump Jump Slide Slide ที่ถือว่าเป็น 1 ในสิ่งสุดยากของซีรี่ส์ร็อคแมนเคียงคู่กับไวลี่ร่างสุดท้ายของภาค 7 นั่นแหละ😑

เวอร์ชันที่ซื้อใน Steam จะไม่มีเพลงร้องที่ฉาก Opening กับฉากจบนะครับ แม้จะเปลี่ยนเป็นภาค Rockman ภาษาญี่ปุ่นแล้ว เนื่องจากล็อคไว้ไม่ให้มีปัญหาลิขสิทธิ์ แต่จริง ๆ เขาใส่ไฟล์มาให้ด้วยแหละ แค่ต้องสลับชื่อไฟล์นิดหน่อย อ่านวิธีได้ที่นี่



Rockman 9
เป็นภาคที่ออกทิ้งห่างจากภาค 8 มาก และสร้างกระแสฮือฮาได้มากมายในตอนนั้น เพราะดันย้อนภาพเป็น 8 บิตนี่แหละ คือผมก็เข้าใจเขาแหละ เพราะแฟนใหม่ก็อยากได้แบบ 3D แฟนเก่าก็ว่าแบบภาคเก่าดีกว่า สุดท้ายแม้จะเลือกแฟนเก่า (แบบเก่ามากกกก) แต่ก็ได้พื้นที่สื่อและเป็นที่จดจำไม่น้อย ภาคนี้ผมเพิ่งได้เล่นอีมูก่อนจะซื้อ MMLC2 ไม่นานนัก ตัวอีมูก็มีปัญหาเดียวคือการตั้งจอยงงเป็นบ้า (เพราะเป็นอีมูเครื่อง Wii ที่ดันมีแกน X Y Z อะไรเยอะแยะไปหมด แถมดันตะแคงจอยได้ เวลาตั้งปุ่มทิศทางจะงง ๆ นิดนึง😅)

ใน MMLC2 นี่คุณจะพบว่าภาค 9 มีแถบดำซ้ายขวาอยู่ตลอดเวลา โดยที่ Wallpaper ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เนื่องจากไอ้แถบตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าจอเกมครับ เพราะภาค 9 มันมีบางหน้าจอที่ใช้พื้นที่ตรงแถบดำด้วยนี่แหละ เขาก็เลยจำใจต้องคงแถบดำไว้ ถ้ารำคาญก็ปิด Wallpaper ไป🤗

จุดขายของภาคนี้คือ.... ยากว้อยยยย ยากสุด ๆ ร็อคแมนก็ดันกลับมาสไลด์ไม่ได้ ชาร์จไม่ได้ (เพราะยกให้บลูส์หมด เพื่อสร้างเกมเพลย์ที่แตกต่าง😁) ศัตรูก็โจมตีหนัก กับดักก็โหด เช็คพอยน์แต่ละจุดก็ไกล โอย😫 ตอนเล่นอีมูใช้ Save State ช่วยได้ แต่อันนี้ Checkpoint Save ไม่ค่อยช่วยอะไร เพราะแต่ละจุดมันไกลแถมต้องผ่านกับดักหรือบอสกลางโหด ๆ นี่แหละ ยังดีที่ถัง E กับ W กลับมาแล้ว และมีปุ่มรัวอัตโนมัติช่วยอีกทาง แต่ไม่รู้ใช้ Extra Armor ช่วยจะเล่นจบหรือเปล่า😅  ที่ชอบสุดสำหรับภาคนี้คือเพลงฉากจบเพราะมาก😆



Rockman 10
ภาคที่คนน่าจะลืม ๆ กันไปมากที่สุด เพราะดันใช้ท่าไม้ตายเดิมครั้งที่ 2 ซึ่งมันใช้กับเซนต์ไม่ได้ผล (มุกอะไรเนี่ย😅) เอาจริง ๆ ผมยังจำบอสกับอาวุธภาคนี้ไม่หมดเลยนะ ภาคนี้มีการแก้ปัญหาความยากของภาค 9 ที่ยากจนหลายคนเข้าไม่ถึง ด้วยการเพิ่ม Easy Mode มาให้แต่ต้นเลย ส่วนใครที่คิดว่า Normal ท้าทายไม่พอก็มีโหมด Hard ให้ แต่ต้องจบเกมก่อนรอบนึง อ้อ แถบดำด้านข้างก็เอาออกไปแล้วด้วยนะ

และด้วยโหมด Easy ทำให้เกมภาคนี้สามารถกลับไปเล่นเพลิน ๆ แบบ 6 ภาคแรกได้อีกครั้ง (จริง ๆ Normal ก็ไม่ยากเท่าไหร่นะ) กับดักก็สบาย ๆ บอสกลางก็ชิล ๆ ก็จัดเป็นภาคที่ลงตัวดีภาคนึง เสียตรงสไลด์กับชาร์จของร็อคแมนยังคงไม่กลับมา เพราะยกให้บลูส์ไปแล้วไง แต่บลูส์ก็ติดปัญหาตัวบาง ได้รับความเสียหายมากกว่าร็อคแมน 2 เท่า ซ้ำยังรัวบัสเตอร์ได้น้อยกว่า ถ้าไม่พอก็มีฟอร์เต้ (Bass) มาให้เล่นอีกตัว (ต้องเล่นจบถึงจะปลดล็อค หรือกดสูตรเอา) โดยฟอร์เต้จะยิงรัวอัตโนมัติเป็นปกติ แดชได้ แถมรวมร่างกับกอสเปล (Treble) แล้วบินอิสระได้แบบโกงสุด ๆ

ก็เป็นภาคที่สนุกน่าจดจำภาคนึง แต่ทำไมถึงจำอะไรไม่ค่อยได้เลยนะ😅 อ้อ จุดพิเศษของภาคนี้คือมีโหมด Challenge เป็นด่านพิเศษในตัว (แยกจากของ MMLC2 อีกที) มีโหมด Endless ที่ให้เล่นไปเรื่อย ๆ ว่าจะไปได้กี่ห้องก่อนตาย และ Special Stage ที่เอาฉากและบอสจาก Rockman World 1 3 4 มาให้เล่นด้วย (เดิมทีพวกฉากพวกนี้กับฟอร์เต้เป็น DLC แต่ MMLC2 รวมมาให้แล้ว) พวกนี้เหมือนต้องเล่นจบก่อนหรือกดสูตรถึงจะเล่นได้นะ



ส่งท้าย

ก็ยาว ๆ กันไปกับรีวิวสุดโหด หวังว่าจะมีสักคนที่ทนอ่านจนจบนะ 😅 แล้วของภาค X Legacy 1 จะตามมาเร็ว ๆ นี้ หลังหมดช่วงลดราคาแล้วแน่นอน 🤣 ใครอ่านแล้วสนใจ สามารถซื้อได้ที่ : หน้าร้านค้า Steam





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กลเม็ดเคล็ดลับ FarmVille 2 (ตอนที่ 1)

RPG Maker VX Ace กับภาษาไทย

RPG Maker MV มีดีอะไร แล้วภาษาไทยล่ะ?

RPG Maker MZ สอยดีมั้ย ภาษาไทยปกติรึเปล่า?

11 เกม Steam ที่ซื้อมาแล้วนับได้ 25 เกม ปี 2025

ตั้งคาด ปี 2569

เก็บตก RPG Maker MV ฉบับลองใช้จริง.....

เล่นแล้วมาเล่า... Torchlight 2 ตัวจริงเต็ม ๆ !!