20 ปี Windows 95 กับความทรงจำจาง ๆ ...

วันนี้เห็นตามเว็บและบล็อกไอทีลงข่าวว่า Windows 95 มีอายุครบ 20 ปีแล้ววานนี้ (24 ส.ค. 2558) อืมม ไอ้เราก็มีความทรงจำสนุกสนาน (มั้ย?) กับมันไม่น้อยซะด้วย เลยอยากเขียนเก็บไว้ซะหน่อย...

(ภาพประกอบพยายามได้แค่นี้.. ภาพจริงไปไหนหมดไม่รู้ ขี้เกียจขุด) บทพล่ามคราวนี้ก็ขอมาแนวเดียวกับตอน อำลา แต่ไม่อาลัย Windows XP ลิสต์เป็นข้อ ๆ ลงไปเรื่อย ๆ เร็วดี สะดวก ภาพไม่ต้อง อ่านกันเพลิน ๆ ....

ก่อนที่ผมจะรู้จัก Windows 95 ผมรู้จัก Windows 4.0 นาม Chicago มาก่อน (ถ้าใครเคยไปยุ่งกับไฟล์ .inf แล้วเจอคำว่า Chicago ก็นั่นแหละ) จนไปอ่านนิตยสารเล่มนึง เขาลงข่าวแบบแล้วคุณจะอึ้งว่า "ต่อไป Windows 4.0 จะถูกเรียกว่า Windows 95" โอ้ว!!! สิ่งแรกที่ผมทำคือ รีบเอาไปทายเพื่อนว่า "รู้มั้ยวินโดวส์ 4.0 เขาไม่เรียก 4.0 แล้ว ทายซิเรียกว่าอะไร?"
  • ตอน Win95 จะออก ดูคนไอทีตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาก ๆ (แต่ชาวแมคสมัยนั้นอาจจะเฉย ๆ...)
  • และก็เหมือนสมัยนี้ มีคนกลัวโปรแกรมเก่าสมัย 3.x จะรันไม่ได้ (แล้วก็มีที่รันไม่ได้จริง ๆ)
  • ที่ผมตื่นเต้นมากตอนนั้นคือ มันตั้งชื่อไฟล์ยาว ๆ ได้แล้ว (ยุค Dos ตั้งได้ 11 ตัวอักษรรวมนามสกุล)
  • ผมซึ่งเคยภูมิใจที่จดจำไฟล์ระบบของ Win 3.11 ได้ครบ ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่า Win95 มาพร้อมไฟล์กว่า 4000 ไฟล์!! (แล้วตอนนี้ล่ะ?)
  • ผมอยากใช้ Windows 95 มาก แต่ยุคนั้นยังไม่รู้จักพันธุ์ทิพย์ และไม่มีเน็ตให้โหลด (ถึงมีก็โหลดไม่ไหวหรอก...) ก็ได้แต่รอไป...
  • ผมเห็น Windows 95 ตัวจริงเป็น ๆ ครั้งแรก ในงานนิทรรศการเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวบางมด (ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัย) สิ่งที่ประทับใจเมือแรกเห็นคือ Scrollbar ใน Notepad เลื่อนได้ลื่นโคตร (ใน 3.11 จะเลื่อนแบบกระโดด ๆ เป็นบล็อค ๆ) 
  • ต่อมาเริ่มมีโปรแกรมทีจำลองฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Win95 มาให้ใช้ใน Win3.x เช่น ตั้งชื่อไฟล์ยาว ๆ ได้ ทำหน้าต่างเป็น 3D (คือ หน้าต่าง Win 3.x มันแบน ๆ แล้วนี่จะทำให้หน้าต่างนูน ๆ ขึ้นมา จะว่าไป... ตอนนี้กลับมาแบนแล้วนี่นะ) โดยคนไทยนี่แหละ ไปเอาของเขามาขายดื้อ ๆ พร้อมคู่มือ
  • สุดท้ายผมก็ไม่ได้ซื้อไอ้โปรแกรมข้างบนนั่น แต่ลงมือเขียน Start Menu กับ Taskbar ใช้เองซะงั้น (ใช้ VB) แต่ไม่เหมือนหรอก
  • อ้าว? มี VB ใช้แล้ว แสดงว่าไปพันธุ์ทิพย์มาแล้วสิ! ตอนนั้นที่ยังไม่ได้ลง 95 คงเพราะยังไม่มีไดร์ว CD นั่นเอง... สมัยนั้น CD เถื่อนยังไม่แพร่หลาย มีแต่บริการก็อปโปรแกรมใส่แผ่นดิสก์เก็ต (อย่างง มันก็ไอ้ไอค่อนที่คุณใช้กด Save นั่นแหละ!!) โดยหน้าร้านจะมีกระดาษแปะไว้ว่าโปรแกรมอะไรใช้กี่แผ่น ยิ่งแผ่นเยอะราคาก็เยอะ...
  • ผมมีโอกาสได้เห็นกล่อง Win95 ของแท้ครั้งแรกก็ตอนเข้าไปในร้านก็อปแผ่นนั่นแหละ เขาจะมีกล่องของแท้ตั้งโชว์ไว้ว่า "เฮ้ย ร้านเรามีไอ้นี่ (ให้ก็อป) ขายนะ" จำได้ว่าพอถามถึง Windows 95 เขาก็บอก "มีแต่แบบ CD ค่าก็อป 1000 บาท" ครับ...
  • Windows 95 มาพร้อมกับยุคแห่ง CD เถื่อนอย่างแท้จริง (เริ่มต้นที่ 1000 บาทนั่นแหละ) และกว่าผมจะซื้อ Win95 มาลงเครื่อง ก็ตอนที่ CD เถื่อนราคาลงมาเหลือ 500 แล้ว จำได้ว่าแผ่น Win95 เถื่อนแผ่นแรกของผม อุดมด้วยโปรแกรมมากมาย มี MS Office 95  MS Publisher 95  กระทั่ง VB 4.0 ....
  • ตอนนั้นไดร์ว CD-ROM (ความเร็ว 8x อ่านอย่างเดียว ไม่มีเขียน) ราคาประมาณ 3000 บาท... (แบบเขียนได้ด้วยก็คูณ 10 ไป...)
  • ตอนติดตั้ง Windows 95 มีให้เลือกด้วยว่าจะเอาส่วนติดต่อผู้ใช้แบบใหม่ (ปุ่ม Start + Windows Explorer) หรือแบบเก่า (Program Manager + File Manager) เรียกได้ว่าเอาใจคนที่เคยชินมาจาก 3.1 มาก ๆ แต่สุดท้ายผมก็ไม่เห็นใครใช้แบบเก่าเลย...
  • แม้จะเลือกแบบใหม่ไป แต่เกิดอยากลองแบบเก่าก็แค่รัน progman.exe กับ fileman.exe เท่านั้น (รู้สึกจะมีให้ถึง 98)
  • สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจผมมากคือ เราสามารถสั่งฟอร์แมตดิสก์เก็ตจากหน้าต่าง Dos Prompt ใน Win95 ได้เลย แถมเร็วมากด้วย (ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ สั่งฟอร์แมตจาก My Computer ก็ได้) ตอน 3.11 ทำงี้ไม่ได้เลยนะเนี่ย อืดสนิท
  • แผ่นที่ฟอร์แมตแบบใส่ System ลงไปด้วย พอเอาไปบูตจะขึ้น Starting Windows 95 ... สมัยนั้นเท่โคตร (แม้สุดท้ายจะขึ้นมาแค่ A:\> )
  • เพื่อนผมก็ชอบใจ ที่ใช้ PkZip กับก็อปปี้ไฟล์ใน Dos Prompt บน Win95 ได้เร็วโคตร (เอ่อ เขามี WinZip 95 แล้วนะสมัยนั้น)
  • โปรแกรมสมัยนั้นรีบพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่มารับ Win95 กันใหญ่ (เพราะถ้าเอาเดิม ๆ สมัย 3.x มาใช้จะมีปัญหาหลายอย่าง เช่น ไม่รองรับชื่อไฟล์แบบยาว) และมักจะตั้งชื่อลงท้ายว่า 95 ...
  • Recycle Bin เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผมชอบมาก คิดได้ไง แทนที่จะมานั่งแถมโปรแกรม Undelete ก็ใช้วิธีพักไฟล์ให้แน่ใจก่อนลบซะเลย (และหลายครั้งที่แอบโหลดอะไรที่โรงเรียน จะแอบเอาไปซ่อนในนี้...)
  • สิ่งหนึ่งที่ Win95 ให้มาเยอะมากคือ เสียงประกอบเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้มาแบบจัดเต็มหลายชุด แต่ละชุดมีเสียงแทบทุกเหตุการณ์ไม่มีซ้ำ รวมทั้งเสียงตอนเปิดเมนู เสียงตอนย่อขยายหน้าต่าง (ซึ่งรุ่นหลัง ๆ เอาออกไปเพราะน่ารำคาญ + ไร้สาระเกิน)
  • พูดถึง Win95 หลายคนจะนึกถึง Wallpaper รูปเมฆบนท้องฟ้า (ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่คลั่ง Cloud กัน...) ไม่ก็พื้นเรียบสีเขียวอมฟ้า (แบบภาพจำลองข้างบนโน่น) แต่ Wallpaper ที่ผมชอบที่สุดคือ แท่ง ๆ สีเทา ๆ เรียงกันเต็มจอ (อันนี้ และดู Wallpaper ของ 95 อันอื่น ๆ ได้ที่หน้านี้...ยกเว้นอันสุดท้าย) 
  • สิ่งที่ผู้ใช้ Win95 ต้องหามาลงไว้เสมอคือชุดโปรแกรม Microsoft Plus! for Windows 95 ซึ่งเมื่อลงแล้วโลโก้ตอนบูตจะมีโลโก้ Microsoft Plus! แปะประจานกันเลย...
  • Plus! 95 มาพร้อม Desktop Theme มากมาย ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่สี แต่พวกไอค่อน My Computer,  My Document,  Recycle Bin รวมถึงเม้าส์เคอร์เซอร์และเสียงประกอบจะเปลี่ยนตามธีมไปด้วย (อ้อ Screen Saver ก็ไม่เว้น)
  • เกมพินบอลอวกาศที่ทุกคนรู้จักกันก็มากับ Plus! นี่แหละ
  • Internet Explorer ตัวแรกก็มากับ Plus! นี่ด้วย....
  • สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือ Plus! 95 แอบเพิ่มความสามารถเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ Win95 ด้วย เช่น ทำให้ยืด Wallpaper ให้เต็มจอได้ ใช้ไอค่อนแบบ Hi-Color ได้ ลากหน้าต่างแบบเห็นทั้งหน้าต่างไม่เหลือแค่เส้นได้ เป็นต้น (ทุกอย่างทำได้ในปัจจุบันจนชินชาแล้ว)
  • สุดท้ายฟีเจอร์ทั้งหมดของ Plus! 95 ก็ถูกใส่มาฟรี ๆ ใน Windows 98 (แล้วไมโครซอฟท์ก็ขาย Plus! for Windows 98 ต่อ...)
  • จริง ๆ ตอนนั้นโลกมีอินเทอร์เน็ตใช้กันแล้ว แต่บิลเกตส์บอกว่า "อินเทอร์เน็ตยังไม่น่าสนใจสำหรับเรา" แล้วยัดบริการออนไลน์ของตัวเองชื่อ MSN (Microsoft Network) มาให้ แต่ได้ยินว่าถ้าคนไทยอยากใช้ ต้อง Dial-up ไปต่างประเทศราคาชั่วโมงละพัน... (ตอนนี้เป็นไง บริการ MSN ฟรีเกือบหมด)
  • สิ่งหนึ่งที่ตื่นตาตื่นใจมากสำหรับคนที่เล่นเกมบน Dos มาตลอด คือ เราสามารถเล่มเกมคุณภาพพอ ๆ กับบน Dos ได้ในรูปแบบหน้าต่าง (บน 3.11 ก็มีเกมแบบหน้าต่าง แต่เป็นเกมที่กราฟิกไม่อลังการนักเมื่อเทียบกับ Dos) แต่เกมบน Win95 จะใช้สเป็คเครื่องมากกว่าบน Dos เสมอ... (ตอนนั้นเศร้า มี 486 แต่เกม Diablo จะเอา Pentium)
  • ตอน Shutdown สมัยนั้นจะไม่ได้ปิดเครื่องให้แบบสมัยนี้ แต่จะขึ้นหน้าจอว่า It's now safe to turn off your computer. รู้มั้ยว่าหน้าจอนั้นจริง ๆ เป็น Dos แล้วเอากราฟิกปิดไว้เฉย ๆ หากหลับตาพิมพ์คำสั่งเปลี่ยนโหมดหน้าจอ จะเจอ Dos Prompt รอเราอยู่... (แล้วใช้ได้ตามปกติ)
  • ไม่รู้ทำไมผมถึงรัก Windows 95 มาก จนตอนอัพเกรด (จริง ๆ คือเปลี่ยน) เครื่องใหม่เป็น Celeron 400 MHz ผมก็ยังจะลง Windows 95 แต่อนิจจา... Win95 ไม่รองรับการ์ดจอแบบ AGP (คือ มันเห็นภาพนะ แต่แสดงผลได้แค่ 16 หรือ 256 สีนี่แหละ ลงไดร์เวอร์ก็ไม่ช่วย) ได้ข่าวว่าต้องใช้ Win 95 รุ่น OSR2 ขึ้นไปถึงจะรองรับ แต่ตอนนั้น 98 ออกมาแล้ว แถม OSR2 หาแผ่น (เถื่อน) ยาก ก็เลยจำใจใช้ 98 ไป...
  • แล้วความทรงจำของ Windows 95 ก็จบลงตรงนี้... จริง ๆ มีความทรงจำอีกส่วนเขียนไว้ที่บล็อกเก่าในเอ็นทรี่ เรื่องเล่าเคล้า Windows (เออ  ผมลืมเรื่องที่เขียนในนั้นไปจริง ๆ นะเนี่ย!) สนใจก็กลับไปเสพได้...

อีก 3 ปีก็ถึงคิว 98 สินะ แต่จำอะไรเกี่ยวกับมันไม่ค่อยได้เลยนี่สิ... คงไม่มาเขียน